สำรวจป่ารอบชุมชน เพื่อปกป้องความหลากหลายทางธรรมชาติของบ้านเรา (บ้าน ทิไล่ป้า)

สำรวจความหลากหลายในธรรมชาติรอบชุมชนบ้านทิไล่ป้า

เยาวชนบ้านทิไล่ป้าเริ่มต้นสำรวจป่ารอบชุมชนของตนเอง เพื่อศึกษาทำความรู้จักความหลากหลายทางธรรมชาติและทำความเข้าใจความสำคัญของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดในป่ารอบบ้าน พวกเขาพบว่า ต้นไม้ พรรณไม้ หลายชนิดที่เห็นกันมาแต่เด็กๆ เหล่านี้ พวกเขาไม่เคยรู้จักชื่อของมันเลย และไม่รู้ว่าผลของมันเป็นอาหารให้กับสัตว์ชนิดใดบ้าง ตลอดจนนกเงือกที่บินผ่านหมู่บ้านบ่อยครั้ง พวกเขาก็แทบจะรู้น้อยมากๆ ว่ามันอาศัย และมีความเป็นอยู่อย่างไร “การศึกษาเพื่อรักษา” ของเยาวชนบ้านทิไล่ป้าจึงเริ่มต้นขึ้น นับตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา องค์ความรู้ด้านธรรมชาติ ชนิดพรรณไม้ นกเงือก แมลง กบ เขียด งู ค่อยๆ ถูกสะสม จำนวนชนิดพันธุ์ปลาน้ำจืดที่มากมาย เริ่มเป็นที่ประจักษ์ถึงความสมบูรณ์ของป่ารอบหมู่บ้าน ความสัมพันธ์ของทุกสรรพสิ่งในธรรมชาติเริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ จวบจนวันนี้การศึกษาของพวกเขาก็ยังคงสั่งสมและดำเนินต่อไป 

สำรวจปลาความหลากหลายทางชีวภาพรอบชุมชนบ้านทิไล่ป้าพื่อปกป้องความหลากหลายทางธรรมชาติของบ้านเรา

คลิกเพื่อดูภาพในโครงการ

สำรวจป่ารอบชุมชนเพื่อปกป้องความหลากหลายทางธรรมชาติของบ้านเรา (บ้านสาละวะ)

สำรวจความหลากหลายในธรรมชาติรอบชุมชนบ้านสาละวะ

ในขณะที่เยาวชนทุกหมู่บ้านเริ่มต้นสำรวจความหลากหลายในธรรมชาติ หมู่บ้านสาละวะเองก็เช่นกัน “เออนึ่ง” เยาวชนบ้านสาละวะ เคยบอกเล่าถึงต้นไม้ที่เป็นยา ที่มีสรรพคุณช่วยเพ่ิมกำลังวังชาทำให้เดินเขาได้เป็นวันๆ ทำไร่ได้เป็นคืนๆ และเอ่ยปากชักชวนเยาวชนหมู่บ้านอื่นๆ และทีมโครงการฯ ให้ไปร่วมสำรวจพรรณไม้ในป่ารอบหมู่บ้านสาละวะ ซึ่งเป็นป่าที่ต้นไม้สูงใหญ่บนภูเขาทางทิศใต้ของหมู่บ้านที่มีมากมายหลายชนิด กินพื้นที่ยาวลงไปจนถึงลำน้ำสาละวะ เป็นพื้นที่ป่าสำคัญที่อยากชวนคนในหมู่บ้านช่วยกันรักษาและทำความรู้จัก การสำรวจพรรณไม้และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ยาวไปจนถึงสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในลำน้ำสาละวะจึงเกิดขึ้น 

สำรวจปลาความหลากหลายทางชีวภาพรอบชุมชนบ้านสาละวะเพื่อปกป้องความหลากหลายทางธรรมชาติของบ้านเรา 

คลิกเพื่อดูภาพในโครงการ

จัดประชุมหาความร่วมมือเพื่อการมี “วิถีที่สอดคล้องกับการรักษาป่ามรดกโลก” ณ หมู่บ้านทิไล่ป้า

เยาวชนบ้านทิไล่ป้าโดย “สมบัติ” ร่วมกับเยาวชนบ้านสะเน่พ่อง เกาะสะเดิ่ง และสาลาวะ เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมในภาคชุมชน เพราะการดูแลรักษาป่ามรดกโลกไม่ได้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง หากต้องเกิดจากความร่วมมือและเห็นคุณค่าความสำคัญของป่ามรดกโลกผืนนี้ร่วมกัน จัดการประชุมครั้งที่ 1 กับคนในชุมชนเพื่อสร้างความเข้าใจและหวังให้เกิดความร่วมมือกับทุกหมู่บ้านเพื่อการอนุรักษ์ป่ามรดกโลกผืนนี้ แต่การจะรักษาได้จำเป็นที่จะต้องเริ่มที่การศึกษาทำความรู้จักกับสิ่งที่จะรักษาก่อน ภารกิจของสิ่งที่จะรักษาและจำเป็นต้องทำความรู้จักกันจึงถูกกำหนดเป็นหัวข้อขึ้นมา ถึง 7 หัวข้อ ดังนี้ ความหลากหลายทางชีวภาพของปลาน้ำจืด, นก, พรรณไม้, แมลง, เห็ดรา และชนิดพันธุ์ข้าว และอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขาอยากรู้คือ การฟื้นตัวของธรรมชาติในไร่หมุนเวียน กำหนดให้เป็นบทบาทของ “ทุกคน” 

วิถีที่สอดคล้องกับการรักษาป่ามรดกโลก